บทความคณิตศาสตร์
กาลเวลาสัมพันธ์กับธรรมชาติ คณิตศาสตร์ของกาลเวลาอาศัยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เป็นมาตรฐานของหน่วยนับที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน วิถีชีวิตในแต่ละวันเริ่มจากเช้า สาย บ่าย ค่ำ ตกกลางคืนและวนเวียนกลับมาใหม่กาลเวลาสัมพันธ์กับธรรมชาติ
มาตรฐานของวัน หากจะบอกว่าระยะเวลาหนึ่งวันยาวนานเท่าไร เราจะพบว่าธรรมชาติได้สร้างให้มีกลางวัน กลางคืน ถ้าเรานับช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เพิ่งเริ่มขึ้นจากขอบฟ้า จนพระอาทิตย์ตก และเริ่มกลับมาขึ้นใหม่เป็นหนึ่งวัน เราจะพบว่า เวลาแต่ละวันจะไม่เท่ากัน และช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นในแต่ละท้องที่ก็ไม่เท่ากัน แต่เรารู้ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ เป็นเวลาหนึ่งวัน
ดังนั้นเราจึงเอาระยะเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบเป็นระยะเวลาหนึ่งวัน ซึ่งจะได้เป็นมาตรฐานกลาง ระบบเวลาแบ่งย่อยให้เป็น 24 ส่วนและเรียกว่า 1 ชั่วโมง
ความจริงแล้วโลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาประมาณ 23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
การแบ่งหน่วยเวลาในระบบสุริยคติ ใช้หลักการที่ให้โลกหมุนรอบตัวเองและสัมพัทธ์กับการเคลื่อนที่ของโลกหมุมรอบดวงอาทิตย์ด้วย ซึ่งโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบเรียกว่า หนึ่งปี
โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ระยะเวลาหนึ่งวันเดินทางได้ประมาณ 1 องศา และถ้าเราสังเกตดวงอาทิตย์เคลื่อนที่บนฟากฟ้า 1 องศา จะใช้เวลาประมาณ 4 นาที ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสัมพัทธ์เชื่อมโยงกับการมองเห็นครบหนึ่งรอบพอดี จึงใช้ 1 วัน มี 24 ชั่วโมง
จากมาตรฐานที่ชาวบาบิโลเนียใช้แบ่งให้วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง และหนึ่งชั่วโมงมีหกสิบนาที และแต่ละนาทีแบ่งออกเป็นหกสิบวินาที ความเกี่ยวโยงในเรื่องเวลากับธรรมชาติ โดยเฉพาะการอ้างอิงกับดวงอาทิตย์ โดยผู้สังเกตอยู่บนพื้นโลก หรือกล่าวได้ว่า ระยะเวลาของรอบวันได้กำหนดไว้ตามการเคลื่อนที่ของโลกที่หมุนรอบตัวเอง และโคจรรอบดวงอาทิตย์
ที่มา : รศ. ยืน ภู่วรวรรณ, สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“ป๊อปอัพ” คณิตศาสตร์สร้างวิศวกรน้อย สิ่งรอบ ๆ ตัวเรา นอกจากสิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นตัวเลขบนแผ่นป้ายหรือในกระดาษแล้ว อะไรที่เราคิดว่าเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์บ้าง ??? รูปทรงของตึกสูงใหญ่ระฟ้า สัมพันธ์กับการรองรับน้ำหนักของฐานราก เส้นโค้งของรุ้งกินน้ำ ทำมุมกี่องศากับเส้นของฟ้า ระยะห่างระหว่างโลกกับดาวอังคารมีหลักการคำนวณอย่างไร หากเราต้องเดินเท้าจากกรุงเทพไปเชียงใหม่จะต้องใช้ระยะทางกี่ก้าวไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ จินตนาการจะต้องมีความรู้ หรือ ปัญญาเป็นฐาน ไม่อย่างนั้นจินตนาการที่ดูมีชีวิตชีวาแต่ขาดความรู้ ก็อาจไม่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าให้แก่โลกมนุษย์ได้ ความรู้ทางคณิตศาสตร์กับจินตนาการก็มีส่วนช่วยเสริมซึ่งกันและกัน
ที่มา :http://202.29.77.139/primath/articles/articles_home.asp
โลกบ้าคลั่งปริศนา Sudoku
ถ้าถามคนที่ชอบเล่นอะไรใหม่ๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ร้อนแรงที่สุดในวงการเกมคณิตศาสตร์ออนไลน์ในโลกในขณะนี้คืออะไร คำตอบก็คงจะเป็น Sudoku เพราะในแต่ละวันคาดว่าจะมีคนเล่นนับร้อย ๆ ล้านคน ซึ่งจำนวนผู้เล่นเกมนี้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงระยะเวลาปีเศษ ๆ เท่านั้น ถึงแม้ว่า Sudoku จะเป็นชื่อญี่ปุ่น ซึ่งแปลว่าเลขโดด (เลขโดดในที่นี้ใช้ตัวเลข 9 ตัวคือ 1ถึง 9 แต่จริง ๆ แล้วเลขโดดมี 10 ตัว คือ 1,2,3,4,5,6,7,8,9 และ0) ส่วนความหมายของคำว่า Sudoku (ซู-โด-กุ) มาจากคำว่า Su แปลว่าตัวเลข กับคำว่า Doku แปลว่าโดดเดี่ยวหรือโสด
ข้อมูลจาก : คอลัมน์ อาหารสมอง เขียนโดย วีรกร ตรีเศศ ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1309 หน้า 20
คณิตศาสตร์กับรองเท้าผ้าใบ
ท่านผู้อ่านเคยมองดูรองเท้าผ้าใบแล้วเชื่อมโยงไปถึงวิชาคณิตศาสตร์ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ถูกบังคับขู่เข็ญให้เรียนมาตั้งแต่เด็กจนโตมั้ยครับ แน่นอนต้องเคย อย่างน้อย ๆ ก็ในเรื่องขนาดของรองเท้า
แล้วเรื่องการร้อยเชือกผูกรองเท้าล่ะครับ
Burkard Polster นักคณิตศาสตร์จาก Monash University ประเทศออสเตรเลียได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการร้อยเชือกผูกรองเท้าเพื่อศึกษาว่าการร้อยเชือกผูกรองเท้าแบบใดจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด “การร้อยเชือกผูกรองเท้าอย่างมีประสิทธิภาพ” ในที่นี้หมายถึง การร้อยเชือกผูกรองเท้าที่จะใช้เชือกผูกรองเท้าน้อยที่สุด ไม่ใช่งานน้อย ๆ ทีเดียวที่จะพิจารณาการร้อยเชือกผูกรองเท้าที่มีรูร้อยเชือกข้างละห้ารู ทุกแบบที่เป็นไปได้และสมเหตุสมผล (กล่าวคือเป็นการร้อยเชือกที่ทำให้รองเท้ากระชับแน่นหนาแก่ผู้สวมใส่มากขึ้น) ซึ่งเขาได้ใช้ Mathematical Optimisation ช่วยในการหาคำตอบ

(ที่มา : http://plus.maths.org/issue22/news/laces/index.html)
ตัดตอนมาจากวารสารสสวท. ฉบับมีค.-เมย.45

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เจ้าของบล็อกจึ่งได้จัดทำบล็อกนี้มาเพื่อจะช่วยให้ผู้สนใจหรือนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า หวังว่าบล็อกนี้จะให้ประดยชน์กับทุกคนที่มาเยี่ยมเยีนนะครับ
ปล. แวะมาแล้วอย่าลืมคอมเม้นต์ ไว้ในสมุดเยี่ยมด้วยนะครับ ติชมเพื่อพัฒนาเพิ่มขึ้นนะครับ ขอบคุณล่วงนี้
อยากมีคอมเม้นต์บ้างนะครับคอมเม้นกันหน่อย









